ศัลยกรรม
ศัลยกรรมไทย สาระน่ารู้

การเตรียมตัวก่อนและหลัง “ทำจมูก”

การเตรียมตัวก่อนและหลัง “ทำจมูก”

     คงต้องบอกเลยการทำศัลรกรรมจมูกเป็นเทรนด์ที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ แต่ก็มีเรื่องราวอีกไม่น้อยที่ควรรู้ก่อนและหลังทำศัลยกรรมจมูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดูแลตัวเองเพื่อทำจมูก ฉะนั้นสาวๆอย่ารอช้า วันนี้เราจะขออธิบายเรื่องราวสำคัญในการเตรียมตัวทำจมูก ทั้งก่อนและหลังว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ศัลยกรรม

ก่อนที่จะตัดสินใจทำจมูก
อยากให้ มองจมูกตัวเองกันก่อน ว่าจุดไหนที่เรารู้สึกไม่พอใจ เช่น จมูกด้อยโด่ง,จมูกโป่งชมพู่ ,จมูกงุ้มหงิกเพื่อที่จะเล็งปัญหา ได้ถูกจุด ได้ ในสิ่งที่ตอบโจทย์ ความต้องการของเราเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอกันด้วย เพื่อจะได้ทราบถึงข้อจำกัด และ ความเป็นไปได้ด้วยว่า สิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่เราตัดสินใจทำนั้น ไปในทิศทางเดียวกัน

ศัลยกรรม

การเตรียมตัวทำจมูก
– งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์
– งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ำจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จำเป็นต้องใช้ แนะนำให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น
– ควรงดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ ไม่ว่าจะดีงามในสามโลกไหน ก็เกิดอาการเลือดหยุดไหลช้าหมอไม่รักเพราะผ่าตัดยากแถมหลังผ่าจะเหมือนโดนรุมต่อยมา
– งดของแสลงจำพวกของดอง น้ำอัดลม รวมถึงอาหารทะเล หากสามารถงดได้ล่วงหน้า แนะนำให้งด

การเตรียมตัวในวันผ่าตัดทำจมูก
หลังจากรู้ขั้นตอนการเตรียมตัวทำจมูกกันแล้ว เราก็มาต่อด้วยการเตรียมตัวในวันผ่าตัดจมูก จะขึ้นอยู่กับวิธีการของการผ่าตัดจมูกของเรา ว่าเป็นผ่าตัดแบบ Open หรือ แบบ Close ซึ่งจะมีคำแนะนำในการดูแลตัวเองก่อนวันผ่าตัด
– งดอาหารและน้ำ อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หากต้องดมยาสลบ
– ทานอาหารเบาๆ ก่อนเวลาผ่าตัดช่วง4-6 ชั่วโมงหากไม่ดมยาสลบ
– งดแต่งหน้า ล้างหน้า และแคะจมูกให้สะอาด

ของที่ควรเตรียมก่อนทำจมูก
– ผ้าเย็น
– หมอนล็อคคอ
– ผ้าขนหนู/แผ่นทำความสะอาด สำหรับเช็ดหน้า
– ไม้พันสำลี
– อาหาร ต้องตุนไว้หน่อย ขอที่ ทานง่ายๆ ไม่ต้องเคี้ยวมาก

หลังการผ่าตัดทำจมูก
– แนะนำให้หลีกเลี่ยงการโดนแผล ไม่ว่าจะจับ แกะ แคะ แงะ หรือกระแทก เพื่อให้อาการหลังผ่าตัดกลับสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุดนอกจากนี้ยังแนะนำให้ใส่เสื้อมีกระดุมหน้า ที่สามารถใส่และถอดได้ง่าย และทำให้ลดการสัมผัสของจมูกในการเปลี่ยนเสื้อ
– สิ่งสำคัญอีกอย่างในการพักฟื้นอาการหลังทำจมูก คือ การประคบเย็นติดต่อกันหลังจากผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง 3 วัน แล้ว จึงประคบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
– งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด
– ทานยาตามที่แพทย์แนะนำจนกว่าจะหมด
– ล้างหน้าด้วยผ้าหรือสำลีชุบน้ำ แทนการล้างหน้าด้วยวิธีปกติ เพื่อลดการกระแทกที่เกิดขึ้นจากมือไปกดหรือ กระแทก
– งดแต่งหน้า
– ไม่กินของแสลงจำพวกของหมักดอง อันนี้ยังไม่มีข้อพิสูจน์ แต่เราก็เชื่อกันมาอยู่แล้ว ผมก็ไม่มั่นใจว่าจริงหรือไม่ แต่สิ่งอันไหนผิดผี ขัดประเพณี มากๆก็อย่าบริโภค
– ดื่มน้ำใบบัวบก น้ำมะพร้าว เพื่อลดอาการฟกช้ำได้เร็วขึ้น
– งด #ร้องไห้หนักมาก เพราะเฝือกหมอจะแฉะมากไปด้วย

ข้อควรรู้อื่นๆก่อนการทำจมูก
นอกเหนือจากข้อมูลข้างต้นการเตรียมตัวทำจมูกที่ดี ควรจะต้องรู้ข้อมูลต่อจากนี้ด้วย เพื่อให้การศัลยกรรมจมูกของสาวๆหนุ่มๆได้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดนั่นเอง
– มีโรคประจำตัวหรือไม่ หากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจำตัวหรือโรคที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เป็นไปได้หลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ
– ห้ามแคะ เกา บีบ และทำให้แผลโดนน้ำ สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำในการผ่าตัดศัลยกรรม คือการเลี่ยงจากการโดนน้ำของแผล จึงแนะนำให้ล้างหน้าด้วยการใช้ผ้าเช็ดบริเวณจมูกให้สะอาดตลอด 1-2 สัปดาห์แรกหลังทำศัลยกรรม
– การห้ามออกกำลังกายไม่ถือสิ่งที่เราแนะนำ แต่จะแนะนำให้งดออกกำลังกายในประเภทที่เสี่ยงต่อการปะทะอย่างยิ่ง
หลีกเลี่ยงการเจอพื้นที่ที่มีฝุ่นและควันเยอะ สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึงอาการไอ จาม และสั่งน้ำมูก ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดไม่ให้เป็นหวัดหรือมีน้ำมูก หากมีอาการควรรีบรับประทานยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกทันที
– งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า แม้จะอยากกดสิว, ทำทรีทเม้นท์ และไปยิงเลเซอร์ให้ผิวหน้าสวยเริ่ดสักแค่ไหน แต่การรบกวนด้วยการใช้มือกด นวด และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับบริเวณจมูกในขณะที่แผลยังไม่หายดี ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่อตัวคุณเองได้ ดังนั้นควรอดใจรอเวลาอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไปแล้วทำการปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่าแผลหายดีเสียก่อนค่อยเสริมสวยกันจะดีกว่า